การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์ของคุณแม่หลังคลอด

มารดาหลังคลอดจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ได้ง่าย มีความรู้สึกที่ไวต่อสถานการณ์ต่างๆ

มีความกลัวและกังวลในการปรับตัวต่อบทบาทหน้าที่ในการเป็นมารดาซึ่งต้องดูแลบุตร
และยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในครอบครัวให้เหมือนก่อนการมีบุตรไปพร้อมๆกัน เป็นช่วงเวลาสำคัญ
ที่มารดาต้องปรับตนเองให้เข้ากับสถานการณ์บทบาทใหม่ ซึ่งระยะพัฒนกิจการปรับเปลี่ยนบทบาทการเป็นมารดา รูบิน (Pillitteri, 2003)ได้แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

2.1 ระยะเทคกิ้ง-อิน (the taking-in phase) เป็นระยะพึ่งพา มารดาหลังคลอดยังคง

เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล มารดาจะสนใจแต่ความต้องการของตนเองมากกว่าการคำนึงถึงความต้องการของบุตร โดยมารดาจะมีความต้องการพักผ่อน การรับประทานอาหารหลังคลอด
เพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปจากการคลอด ต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือ
ในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน เนื่องจากมารดาไม่สุขสบายด้านร่างกาย รวมทั้งมีความตึงเครียด
ด้านจิตใจในการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในการเป็นมารดา

2.2 ระยะเทคกิ้ง-โฮลด์ (taking-hold phase) เป็นระยะกึ่งพึ่งพา มารดาเริ่ม

พึ่งพาตนเองได้ สามารถควบคุมสมดุลของระบบต่างๆ ในร่างกายได้ เริ่มมีสุขภาพที่แข็งแรง
และมีกำลังเพียงพอ มารดาจึงสนใจการทำหน้าที่ของอวัยวะต่างๆของร่างกาย กระตือรือร้น
ที่จะดูแลตนเอง และตัดสินใจในกิจกรรมต่างๆที่เป็นบทบาทหน้าที่ของมารดาได้ เริ่มสนใจเรียนรู้
และฝึกทักษะในการดูแลบุตร รวมทั้งการให้นมบุตร อย่างไรก็ตามระยะนี้มารดายังต้องการ
การพักผ่อนและการตอบสนองต่อร่างกายของตนเอง ถ้ามารดาไม่ได้รับการตอบสนองดังกล่าว
อาจส่งผลให้มารดาไม่มีความอดทน รู้สึกประสบความล้มเหลว และขาดความเชื่อมั่น
ในการแสดงออกถึงบทบาทหน้าที่ในการเป็นมารดา ถ้ามารดาได้รับการช่วยเหลือตอบสนอง
ตามความต้องการจะสามารถผ่านระยะนี้ไปได้

2.3 ระยะเลตติ้ง-โก (letting-go phase) ระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด เป็นระยะ

พึ่งพาตนเอง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่การเป็นมารดา สามารถที่จะดูแลตนเองและบุตร
ได้มากขึ้น เป็นระยะที่มารดารู้สึกเศร้าลึกๆ ต่อการสูญเสียสิ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคือบุตร และเริ่มยอมรับว่าบุตรเป็นบุคคลหนึ่งที่แยกออกจากตน มีบุคลิกลักษณะแนวทางในการดำเนินชีวิตเฉพาะของตนเอง มารดามีการปรับตัวในหลายด้าน ได้แก่ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
ระบบครอบครัวที่ต้องมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ปรับตัวในการสร้างสัมพันธภาพของครอบครัว และปรึกษา
ในการทำกิจกรรมร่วมกันทั้งการดูแลบุตร การทำงานบ้าน และกิจกรรมทางสังคม รวมถึง
การคงสัมพันธภาพพื้นฐานของครอบครัว ดังนั้นการดูแลมารดาด้านจิตสังคมในระยะพึ่งพาตนเอง ควรดูแลมารดาด้วยการแสดงความรัก ความห่วงใย ความเห็นอกเห็นใจ การเอาใจใส่ การให้กำลังใจ ชื่นชม และสนับสนุนให้มารดาสามารถปรับตัวต่อบทบาทการเป็นมารดาในการเลี้ยงดูบุตร
และการกระทำบทบาทหน้าที่ของการเป็นภรรยาในการปฏิบัติภารกิจภายในครอบครัว และสังคมอย่างเหมาะสม