อาหารที่เลยวันหมดอายุไปแล้ว แต่ยังไม่บูดเสีย ยังทานได้หรือไม่?

หน้าร้อนแบบนี้อาหารอร่อยๆ ที่เคยทานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอาจจะหันมาทำร้ายเราได้โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะว่าอาหารแสนอร่อยเหล่านั้นอาจมีความเสี่ยงที่จะบูดเน่าเสียง่ายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล กะทิ อาหารที่มีความชื้นสูง รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของนม เนย ต่างๆ ด้วย

ถึงกระนั้น อาหารที่บอกวันหมดอายุชัดเจนว่าเป็นวันไหน (บางผลิตภัณฑ์บอกถึงขั้นเวลาที่หมดอายุ) หากเลยเวลาไปแล้ว แต่อาหารยังอยู่ในสภาพดี ดมดูไม่เหม็น ชิมดูรสชาติไม่เปลี่ยน พลิกดูไม่เจอเชื้อรา เราจะยังทานอาหารเหล่านั้นได้อย่างสบายใจหรือไม่? หรือหากเราทานอาหารบูดเสียเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง?

>> อันตรายไหม? หากบังเอิญเผลอกิน “เชื้อรา” เข้าสู่ร่างกาย

>> 5 วิธีสังเกตอาหารบูด เน่าเสีย แม้ว่าจะอยู่ในตู้เย็น

อาหารเลยวันหมดอายุ แต่ยังไม่บูดเสีย ยังทานได้หรือไม่?

จริงๆ ลึกๆ แล้วเราเชื่อว่าทุกคนมีคำตอบในใจของตัวเองอยู่แล้วว่า อาหารที่เลยวันหมดอายุที่ผู้ผลิตกำหนด เราไม่ควรจะทานอยู่แล้ว แต่ด้วยความเสียดาย บวกกับเช็กสภาพแล้วอาหารเหล่านั้นยังดูปกติดี จึงคิดว่าน่าจะยังปลอดภัยอยู่ แต่จริงๆ แล้วเมื่ออาหารเหล่านั้นเลยกำหนดวันหมดอายุไปแล้ว อาหารจะเริ่มเสื่อมสภาพ โดยที่เราอาจจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หรือยังไม่ถึงขั้นส่งกลิ่นเหม็นชัดเจนออกมาให้เราสัมผัสได้ แต่อันที่จริงแล้วเชื้อราที่เกิดขึ้นหลังจากอาหารบูดเน่า มันมีทั้งเชื้อราแบบที่มองเห็นได้ชัดป็นสีขาว เขียว ส้ม เหลือง หรือสีอื่นๆ และเชื้อราแบบที่มองเห็นไม่ชัด หรือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ดังนั้นเราจึงเสี่ยงต่อการทานอาหารที่บูดเน่าไปแล้ว แพ้เพียงเล็กน้อย แต่ก็สร้างอันตรายให้กับร่างกายได้

อาหารที่บูดเน่าเสียแล้ว ตัดเฉพาะส่วนที่เน่าเสียทิ้งไป แล้งทานเฉพาะส่วนที่ยังดีอยู่ได้หรือไม่?

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า เชื้อราที่ก่อตัวขึ้นหลังจากการอาหารเลยกำหนดวันหมดอายุ มีทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น ภายในอาหารชามเดียว หรือชิ้นเดียวกันนั้น อาจจะมีเชื้อราหลายชนิดเพาะตัวอยู่ ดังนั้นการตัดเฉพาะส่วนที่เรามองเห็นเชื้อราด้วยตาเปล่าทิ้ง ไม่ได้หมายความว่าเราจะปลอดภัยจากเชื้อราที่เรามองไม่เห็นได้ เพราะตามปกติแล้ว เมื่ออาหารเริ่มหมดอายุ เชื้อราจะกระจายตัวกันเกิดขึ้นในอาหารเหล่านั้น ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้เลยว่าส่วนไหนที่ยังไม่มีราขึ้นกันแน่

หากเราทานอาหารที่บูดเน่าเข้าไปในร่างกายแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

สำหรับเชื้อราบนอาหาร หากเราเผลอทานนิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้เชื้อรา แล้วบังเอิญกินเข้าไป อาจเป็นอันตรายได้ อาการแพ้อาจรุนแรงถึงขั้นความดันตก หายใจลำบาก ไปจนถึงหัวใจล้มเหลวเลยทีเดียว ถ้าหากไม่ได้มีอาการแพ้ต่อเชื้อราชนิดนั้นๆ และเผลอกินเชื้อราเข้าไป ก็ไม่ต้องตื่นตกใจ เพราะเชื้อราจะทำอันตรายต่อร่างกายเราได้ ในกรณีที่กินอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ที่เราแนะนำว่าอย่าทานแม้ว่าจะเพียงเล็กน้อย ก็เพราะการทานเชื้อราเข้าไปบ่อยๆ แม้ว่าจะทีละน้อยๆ ก็ตาม แต่คุณอาจเสี่ยงสะสมสารพิษจากเชื้อราเอาไว้ที่ตับ จนอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ในอนาคต

ดังนั้น อย่ามัวแต่เสียดายอาหารที่เสียไปแล้ว เสียแล้วก็เสียไป อยากทานใหม่ก็ทำทานใหม่ หรือซื้ออาหารที่ทำเสร็จสดใหม่มาทานกันจะดีกว่า นอกจากนี้ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของบ้านเราที่เป็นสภาพอากาศที่เชื้อราแพร่พันธุ์ได้ง่าย เราจึงควรทานอาหารที่สดใหม่ ปรุงสุกใหม่ๆ อยู่เสมอ หากต้องเก็บอาหารไว้ทานวันต่อไป ควรใส่ภาชนะที่ปิดฝาสนิทแล้วนำเข้าตู้เย็น เก็บเอาไว้ได้ไม่เกิน 3 วันเท่านั้น อุ่นให้ร้อนจนเดือดก่อนทาน และเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกจากร้านอาหารที่เชื่อถือได้ ไม่ทำอาหารค้างเอาไว้นานโดยไม่มีการอุ่นร้อนตลอดทั้งวัน เพราะอาจเกิดเชื้อแบคทีเรียขึ้นในระหว่างวันนั้นได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com